แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยล่าสุด และ ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยล่าสุด ที่ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ มาเชยชม ในซีซั่นที่ผ่านมา ได้จัดหนักจัดเต็มตั้งแต่หัววันด้วยการเสริมคมตำแหน่งกองหน้ากับสองผู้เล่นดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงนี้ อย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ ที่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วน ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ย้ายจาก เบนฟิก้า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล โดยวันที่ทีมงาน 168Kick จะมาพูดถึงสองกองหน้าของสองทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มากที่สุดในฤดูกาลหน้า ว่ามีสถิติอะไรที่น่าสนใจกัน แบบเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ก่อนที่การแข่งขันในฤดูกาล 2022/23 จะเปิดฉากขึ้นในเดือนสิงหาคม

ฮาลันด์ กับ นูนเญซ ใครได้แชมป์มากกว่า ?

ลิเวอร์พูล ได้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่พวกเขาแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด ที่เป็นจ้าวยุโรป โดยก่อนหน้านั้น เรอัล มาดริด ก็เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบรองชนะเลิศ

ในส่วนทั้ง ฮาลันด์ และ นูนเญซ ยังไม่เคยสัมผัสการเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปั้ยนส์ลีก เลยสักครั้ง โดย นูนเญซ คว้าแชมป์ลีกกับ เบนฟิก้า ได้ 2 สมัย ในส่วน ฮาลันด์ ได้แชมป์กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2 ถ้วย

หลังจากความล้มเหลวของ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาดว่า ทั้ง เป็ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ นอกจากจะเน้นรายการ พรีเมียร์ลีก แล้ว รายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ต่างเป็นถ้วยที่พวกเขาต้องการไขว่คว้าให้ได้

ฮาลันด์ กับ นูนเญซ ใครเป็นจอมถล่มประตูตัวจริง ?

นูนเญซ เริ่มแจ้งเกิดจากการเล่นให้กับ เปนารอล สโมสรในประเทศโปรตุเกส โดยเจ้าหนูรายนี้ได้พัฒนาสถิติการทำประตูให้ดียิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่เขาได้ย้ายมาเล่นกับ อัลเมเรีย ทีมในลีก ลาลีกา 2 สเปน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เบนฟิก้า ด้วยค่าตัว 22 ล้านยูโร ในปี 2020 โดยสตาร์อุรุกวัย ยิงไปได้ 2 ประตู จากการลงเล่น 28 นัด ในลีก ในฤดูกาล 2021/22 แถม นูนเญซ ยังทำให้ ลิเวอร์พูล สนใจในตัวเขา จากการซัลโวประตูใส่ ลิเวอร์พูล ได้ทั้งสองเลก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ

ฮาลันด์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องจักรถล่มประตูในยุคปัจจุบัน ซึ่งเจ้าตัวโชว์ฟอร์มจัดจ้านตั้งแต่อยู่กับ โมลด์ ตามมาด้วย เร้ดบลูส์ ซัลบวร์ก และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ ทำประตูได้มากกว่า นูนเญซ ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2021 แต่อย่างไรก็ตาม นูนเญซ ยิงได้ 34 ประตู ในขณะที่ ฮาลันด์ ยิง 29 ประตู ในฤดูกาล 2021/22 แต่สถิติสุดโหดของ ฮาลันด์ คือเขายิงให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทั้งหมด 85 นัด จากการลงสนาม 88 นัด

นูนเญซ สร้างสถิติเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดของ ลิเวอร์พูล

กองหน้าวัย 22 ปีรายนี้ ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวที่ทำลายสถิติค่าตัวแพงที่สุดของทีม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แสดงความทะเยอทะยานอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้สโมสรแห่งนี้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก โดยค่าตัวของ นูนเญซ มีสถิติถึง 100 ล้านยูโร (85 ล้านปอนด์, 105 ล้านดอลลาร์)

ตามรายงานจากสโมสร เบนฟิก้า กองหน้าดาวรุ่งอุรุกวัย ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโร โดยทาง ลิเวอร์พูล จะจ่ายให้ เบนฟิก้า อีก 25 ล้านยูโร เกี่ยวกับโบนัสและเงื่อนไขส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งราคาขนาดนี้ อาจทำให้อดีตกองหน้าเบนฟิก้า เผชิญกับความกดดันจากเงินก้อนโตที่เป็นค่าตัวของเขา

ฮาลันด์ คือดีลสุดคุ้มของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ?

ในการย้ายทีมของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในการย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราค่าเพียง 51 ล้านปอนด์ หรือ 63 ล้านยูโร โดยกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ รายนี้ ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร “เรือใบสีฟ้า” ด้วยจำนวน สี่แสนปอนด์ ต่อสัปดาห์ โดยจะได้รับค่าเหนื่อยแทบจะเทียบเท่ากับไอค่อนของสโมสรของทีมยุคนี้อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ อีกด้วย

โดย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เซ็นสัญญากับทีมยาว 5 ปี แถมคุณพ่อของเขา อัลฟ์-อิงเก้ ฮาลันด์ ก็เคยเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2000 ถึง 2003 ด้วยกัน

สรุปแล้ว ฮาลันด์ กับ นูนเญซ ใครคุ้มค่ากว่ากัน ?

สรุปแล้ว ไม่ว่าจะค่าตัวจะแพงขนาดไหน หรือ ผลงานก่อนย้ายมาร่วมต้นสังกัดใหม่ของทั้งสองยอดดาวยิงจะเป็นอย่างไร ก็ต้องวัดกันที่ซีซั่น 2022/23 ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร จบฤดูกาลคงได้รู้คำตอบกัน หรือไม่เพียงแค่ 10 นัดแรก ก็อาจจะรู้ผลกันแล้ว

แต่สุดท้ายแล้ว ผลกำไรที่ได้รับ ตกอยู่กับแฟนบอลแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่เพียงแค่แฟนบอล ซิติเซ่นส์ หรือ เดอะ ค็อปส์ เท่านั้น แต่แฟนบอลทีมร่วมลีกหรือทั่วโลก ก็น่าจะจับตามองลีกพรีเมียร์ลีก กันอย่างเข้มข้นมากไปอีก นี่ยังแค่เดือนมิถุนายนเท่านั้น แต่ก็มีดีลระดับพระกาฬเกิดขึ้นกันแล้ว ยิ่งตลาดเปิดตัวอย่างเป็นทางการและวันตลาดใกล้ปิดจะเข้มข้นขนาดไหน

สุดท้ายแฟนๆ สามารถพูดคุยกับได้ในคอมเม้นต์ ว่าคิดเห็นกันอย่างไรกับดีลดังกล่าว สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้