ทีมยอดเยี่ยมในศึก พรีเมียร์ลีก ที่รวมเอาผู้เล่นที่ไม่อยู่กับทีมระดับหัวตาราง

0
35

การแข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในซีซั่นก่อน ได้บทสรุปสุดท้ายอย่างเข้มข้นอย่างที่สุด แฟนบอลของหลายทีมที่ตามลุ้นตามเชียร์ ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแชมป์ประจำซีซั่น ทีมที่ได้ไปเล่นบอลยุโรปทั้งถ้วยเล็กถ้วยใหญ่ รวมไปถึงทีมตกชั้นที่ต้องไปเริ่มต้นกันใหม่ที่ลีกรองอย่าง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในปีหน้า แล้วเอฟเฟ็กต์ที่ตามมาแบบที่ไม่เคยว่างเว้น ย่อมเป็นเรื่องของการโยกย้ายนักเตะในตลาด ซึ่งหลายทีมคงพยายามเฟ้นหาของดีกันแบบจ้าละหวั่น

แน่นอนว่าผู้เล่นที่อยู่กับทีมระดับท็อป คงไม่ใช่เรื่องยากของพวกเขาเท่าไหร่นัก ในการก้าวไปติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์หรือประจำเดือน จากสื่อหลายสำนักที่จัดอันดับกันแบบต่อเนื่อง แต่หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญของทีมยักษ์ใหญ่หรือทีมเงินหนา ในการกาหัวเป้าหมายเสริมทัพปีหน้า ย่อมต้องมองหานักเตะชั้นดีในราคาที่พอจ่ายไหว กับสภาพเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ในตอนนี้ การเซฟงบประมาณในคลังย่อมอยู่ในแผนงานของบอร์ดบริหาร หากเจอเพชรในตมจากทีมที่อยู่ระดับต่ำกว่า ย่อมต้องรีบเปิดการเจรจาให้ไว เพื่อเป็นการตัดหน้าทีมอื่นๆ ที่เอาแต่จดๆ จ้องๆ ไม่ตัดสินใจแบบเด็ดขาด ดังวลีที่ว่าความไวเป็นของปีศาจนั่นเอง

บทความนี้ 168Kick ได้รวบรวมเอารายชื่อทีมยอดเยี่ยม ที่คัดเอาผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ดีในแต่ละตำแหน่งในบอลลีกสูงสุดแดนผู้ดีมารวมเอาไว้ โดยเป็นการอ้างอิงมาจากหลายสื่อฟึตบอลที่กรองและวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี จากผลงานส่วนตัวในสนามของแต่ละราย ซึ่งเลือกเฟ้นมาเฉพาะนักเตะจากทีมระดับกลางลงไปล่าง ไม่ได้สังกัดทีมหัวตารางที่มีลุ้นแชมป์หรือบอลยุโรปแบบบิ๊กซิกซ์ในปัจจุบันมานำเสนอให้กับแฟนบอลได้รับชมกัน เผื่อว่าอาจจะได้เห็นทีมรักเปิดการเจรจากับพวกเขาในตลาดรอบหน้า มาดูกันไปพร้อมๆ กันเลยว่า จะมีนักเตะคนใดติดโผเข้ามาบ้าง? ในระบบการเล่น 4-2-3-1 แล้วจะเป็นตัวเลือกที่ตรงใจกันบ้างหรือไม่?

เริ่มต้นกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่าง โชเซ่ ซา นายทวารดีกรีทีมชาติโปรตุเกสจากสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่เคยเร่งผลงานจนแอบบมีลุ้นพื้นที่บอลยุโรปอยู่ช่วงหนึ่ง เขาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ หมาป่า กลายเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับสามของลีก เป็นรองแค่สองทีมลุ้นแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล มีอัตราการเซฟสูงถึง 83.7 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ตามการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่รวบรวมเอาสถิติสำคัญไว้ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานคงมียักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปหันมาเหลียวมองกันแบบตาเป็นมัน

ต่อกันที่ตำแหน่งแบ็คขวาที่เลือกมาจากสโมสรเศรษฐีใหม่อย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่เพิ่งผ่านการเทคโอเวอร์มาหมาดๆ แล้วทำการเสริมทัพขนานใหญ่ เพื่อลุ้นหนีตกชั้นทันที ซึ่งหนึ่งในดีลที่น่าประทับใจมากที่สุด คือการไปคว้าตัว คีแรน ทริปเปียร์ มาจากสโมสร แอตเลติโก้ มาดริด ในตลาดเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้ว่าฟูลแบ็ครายนี้จะลงเล่นไปแค่ 316 นาที แต่ผลงานของเขาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สาลิกาดง พลิกฟอร์มไล่เก็บแต้มติดต่อกันหลายเกม จากการครอสบอลที่อันตรายของเขาให้กับเหล่าแนวรุก น่าเสียดายที่ต้องเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน

สำหรับตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คสองราย เริ่มต้นกันรายแรกขอชี้เป้าไปที่ โมฮาเหม็ด ซาลิซู กองหลังฟอร์มแรงจาสโมสร เซาแธมป์ตัน ที่กลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว แทนที่ของ ยานนิค เวสเตร์การ์ด ที่ย้ายไปอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ กองหลังรายนี้มีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง รูปร่างที่สูงใหญ่ ได้เปรียบในจังหวะเข้าปะทะ ส่งผลให้สถิติการเข้าสกัดของเขาติดท็อปทรีเรื่องความสำเร็จตามการเก็บสถิติของเบ็ท วิคเตอร์

ส่วนคู่ขาของเขาขอชี้เป้าไปที่ อดัม เว็บสเตอร์ เซนเตอร์แบ็คร่างใหญ่ของ ไบรท์ตัน ที่ทำผลงานได้อย่างเข้าตา จนแฟนบอลออกแรงเชียร์ให้เขาก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษเสียที เล่นได้อย่างสาระพัดประโยชน์ทั้งระบบเซนเตอร์สามคนและเซนเตอร์คู่ มีการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม แถมยังติดเทรนด์กองหลังที่ออกบอลด้วยเท้าได้อย่างแม่นยำเป็นเบอร์ต้นๆ ของลีก ด้วยอัตราสูงถึง 90% อันเป็นศักยภาพที่หลายทีมมองหาอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนตำแหน่งแบ็คซ้ายขอเลือกไปที่ อาเธอร์ มาซูอากู ฟูลแบ็คผิวสีของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่แม้จะรับบทบาทเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ แต่เมือใดที่ได้รับโอกาสลงสนาม ก็ไม่เคยทำผลงานให้กับผู้จัดการทีมอย่าง เดวิด มอยส์ ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย มาซูอากู เล่นได้อย่างสาระพัดประโยชน์ตรงริมเส้นฝั่งซ้าย ยืนสูงเป็นวิงแบ็คก็ได้หรือเล่นฟูลแบ็คก็ดี มีสปีดที่ดวลกับแนวรุกฝีเท้าจัดได้สบาย แถมยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นมีวินัย ขยันขันแข็งช่วยทีมทั้งเกมบุกและเกมป้องกัน ซึ่งแฟนบอล ขุนค้อน ต่างมองว่าเขาควรจะได้ลงสนามมากว่านี้เสียที

ต่อกันที่ตำแหน่งกองกลางตัวรับสองคนในระบบนี้ รายแรกขอชี้เป้าไปที่ เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติอังกฤษจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง จนตกเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพของยักษ์ใหญ่หลายทีมในลีกอัตราการจ่ายบอลของเขามีความแม่นยำถึง 90% การตัดบอลที่แม่นยำในอัตราเท่ากัน แถมยังพาบอลไปกับตัวแล้วเลี้ยงผ่านในระดับเดียวกันอีกด้วย ถือว่าเป็นตัวท็อปในตำแหน่งนี้ที่ราคาค่าตัวคงมากโข เพราะเป็นหัวใจในแดนกลางของต้นสังกัด

ส่วนคู่ขาของเขาขอเลือกไปที่ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์เชิงสูงทีมชาติโปรตุเกสจากสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นนักเตะที่มีสถิติการออกบอลในตำแหน่งนี้เหนือกว่า ไรซ์ แล้วมีทีเด็ดในการยิงไกล รวมไปถึงการควบคุมจังหวะเกมให้ช้าเร็วแบบเหมาะสม เชื่อเหลือเกินว่าถ้าในฤดูกาลนี้ หมาป่า ไม่มีแนวโน้มทำผลงานได้ดดีขึ้นกว่าเดิม ปีหน้าคงเป็นเรื่องยากที่จะรั้งให้สตาร์รายนี้อยู่กับทีมต่อไป

ข้ามมาถึงตำแหน่งแนวรุกกันบ้าง เริ่มต้นกันที่ตัวริมเส้นฝั่งขวาขอเลือกไปที่ ราฟินญ่า ปีกดีกรีทีมชาติบราซิลของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่กำลังตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมอย่างหนัก ซึ่งฤดูกาลก่อนที่ผ่านมาก็เป็น ราฟินญ่า ที่แบกทีมเอาตัวรอดมาได้ในสถานการณ์อันย่ำแย่ ด้วยการกดไปถึง 11 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ เมื่อเทียบกับสภาพที่ไม่สมบูรณ์พร้อมแล้ว ขอจัดให้อยู่เหนือกว่าปีกฟอร์มแรงในตำแหน่งเดียวกันอย่าง จาร์ร็อด โบเว่น แบบเฉือนกันไปแค่ปลายจมูก

ถัดมาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหรือเพลยืเมคเกอร์ ขอชี้เป้าไปที่ดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเซ่ จากสโมสร คริสตัล พาเลซ ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชมในวัยเพียง 20 ปีเศษ แต่น่าเสียดายที่กระแสโดนกลบไปด้วยฟอร์มของ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ กองกลางตัวยืมที่นำเข้ามาจาก เชลซี ที่มีบทบาทภายในทีมมากกว่า แต่จากการที่ โอลิเซ่ ทำไปถึง 5 แอสซิสต์ เทียบกันโอกาสทั้งหมดในการสร้างสรรค์เกมของเขา ตีอัตราออกมาสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงสถิติการเลี้ยงผ่านระดับเดียวกัน ถือว่าเป็นนักเตะที่มองข้ามไม่ได้เลย

ต่อมาที่ตำแหน่งปีกซ้ายยังคงเป็นนักเตะจากสโมสร คริสตัล พาเลซ เช่นเดียวกัน คาวนี้เป็นคิวของ วิลฟรีด ซาฮา แนวรุกทักษะสูงทีมชาติไอวอรี่ย์ โคสต์ ที่ยังเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอ ผลงานของเขาในสนามดที่กดไปแล้วถึง 8 ประตูในซีซั่นนี้ นับว่าเป็นการรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วท้ายที่สุดดคำถามเดิมก็วนมาอีกเหมือนเคยว่า ซาฮา คือผู้เล่นในตำแหน่งนี้ที่ดดีที่สุดของลีก ที่ไม่ได้สังกัดทีมหัวตารางหรือไม่? เบียดเอาชนะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปแบบฉิวเฉียด เนื่องจากดาวเตะจาก แอสตัน วิลล่า เพิ่งย้ายมาได้ไม่นาน

ปิดท้ายกันที่ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ตัวเลือกนี้อาจขัดใจใครหลายคน แต่เมื่อเทียบผลงานในสนามกับโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงแล้ว ฟอร์มของ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ถือว่าเป็นดาวยิงที่ทำผลงานไดด้ดีพอตัวเลยทีเดียว ด้วยการทำไปสองประตู ทั้งที่ได้เล่นเป็นตัวจริงเพียงแค่สองเกมให้กับต้นสังกัด รับบทบาทเป็นตัวสำรองพลิกเกม ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเขาลงสนาม เลสเตอร์ ซิตี้ ก็มีมิติการเล่นที่เพิ่มมากขึ้นในเกมบุกอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดในมุมกลับเช่นกันว่า ถ้าเขาได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องจะทำผลงานได้ดีกว่านี้หรือไม่?

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้