เหตุผลที่ โธมัส ทูเคิ่ล โดนไล่ออก

0
13

เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศไล่ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน ออกจากตำแหน่งไปแล้วหลังพาทีมบุกไปพ่าย ดินาโม ซาเกร็บ 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ในซัมเมอร์ล่าสุด ทูเคิ่ล ใช้เงินเสริมทัพไปมหาศาลมากกว่า 270 ล้านปอนด์ และทำผลงานได้ไม่เข้าเป้านักหลังพา เชลซี คว้าชัยชนะรวมทุกรายการได้เพียง 3 จาก 7 เกมที่ลงสนาม แต่หลายคนก็มองว่า มันไม่ยุติธรรมกับเจ้าตัวนักเพราะเป็นช่วงเพิ่งเริ่มต้นฤดูกาล

ขณะเดียวกัน ทูเคิ่ล ซึ่งอยู่กับ เชลซี มานานกว่า 16 เดือน พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ยุโรป 1 สมัย นั้น ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงต้นซีซั่นว่า เขากำลังเจรจาเรื่องการต่อสัญญาด้วยความกระตือรือร้น โดยระบุว่า “คุณก็รู้ดีว่าผมดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ และชอบมันมากแค่ไหน”

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ โค้ชวัย 49 ปี กับ เชลซี มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว และมีหลากหลายเหตุผลมากมายที่ทำให้เขาต้องอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบเซอร์ไพรส์พอสมควร ซึ่งจะว่าไปแล้ว นี่คือความผิดพลาดของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้

1. ใช้เงินเยอะแต่ผลงานไม่เข้าเป้า

เชลซี ภายใต้การบริหารของ ท็อดด์ โบห์ลีย์ เจ้าของสโมสรคนใหม่ กลายเป็นข่าวพาดหัวใหญ่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาในฐานะเป็นสโมสรที่มีการใช้จ่ายสูงสุดในยุโรป โดยจ่ายเงินไปถึง 278.4 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อผู้เล่นใหม่ 10 คน เข้ามาเสริมขุมกำลัง

ทูเคิ่ล เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดบริหารชุดใหม่ของ เชลซี เพื่อให้ซื้อนักเตะที่เขาต้องการ อาทิ คาลิดู คูลิบาลี่ จาก นาโปลี ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 50 ล้านปอนด์, มาร์ค กูกูเรย่า จาก ไบรท์ตัน ค่าตัว 63 ล้านปอนด์, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง จาก บาร์เซโลน่า 12 ล้านปอนด์ และ เวสลีย์ โฟฟาน่า จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ในราคา 75 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม นักเตะที่ ทูเคิ่ล ขอให้คว้าตัวเข้ามานั้น ยังทำผลงานได้ไม่ดีนัก อาทิ คูลิบาลี่ ที่เล่นผิดพลาดหลายเกม และโดนใบแดงไล่ออกในเกมที่บุกไปพ่าย ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-3 ส่วน กูกูรูย่า ก็ฟอร์มไม่ดีเหมือนตอนเล่นกับ ไบรท์ตัน และ สเตอร์ลิ่ง ก็ไม่สามารถสร้างอิทธิพลในเกมรุกได้เลย

ขณะที่ โอบาเมยอง ก็อายุมากถึง 33 ปี แล้ว และดูจะเป็นการลงทุนที่ผิดพลาดหลังจากที่ก่อนหน้านี้ หัวหอกชาวกาบอง ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ อาร์เซน่อล และล่าสุดกับ บาร์เซโลน่า แม้เขาจะเคยร่วมงงายกับ ทูเคิ่ล ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาก็ตาม

โบห์ลีย์ มีความคิดว่า เขาลงทุนเสริมทัพได้อย่างเต็มที่แล้ว ซึ่ง ทูเคิ่ล น่าจะทำได้ดีกว่านี้ในการเรียกฟอร์มนักเตะออกมา และในที่สุดเจ้าของคนใหม่ เชลซี ก็ตัดสินใจเลือก แกรแฮม พ็อตเตอร์ เข้ามารับงานแทน

2. เกมรับที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนเดิม

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเห็นว่าทำไม ทูเคิ่ล ถึงผิดหวังกับผลงานของลูกทีมตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ แนวรับเป็นจุดเด่นของ เชลซี นับตั้งแต่เขามารับงานต่อจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด เมื่อเดือนมกราคม ปี 2021 ซึ่งพลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” เสียไปเพียง 24 ประตูจาก 50 นัดแรกที่เขาคุมทีม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ 50 เกมหลังสุดต่อจากนั้น มันกลายเป็นเรื่องที่แตกต่างกันมาก ทูเคิ่ล พา เชลซี เสียไปถึง 53 ประตู ซึ่งเปรียบเทียบในเชิงตัวเลขได้ว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” มีค่าเฉลี่ยการเสีย ประตูถึง 1.06 ประตูต่อเกมเลยทีเดียว

การจากไปของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังชาวเยอรมันที่ย้ายไปเล่นกับ เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ก็เป็นจุดหลักที่ทำให้ เชลซี เสียประตูง่ายเช่นกัน โดยช่วงที่ ทูเคิ่ล คุมทีมนั้น รูดิเกอร์ ถือเป็นคีย์แมนในเกมรับ

ทูเคิ่ล ต้องใช้เวลาในการสร้างกำแพงเหล็กในแนวรับ เชลซี ขึ้นมาใหม่ แต่เขาก็ไม่ได้รับเวลามากพอ รวมถึงนักเตะใหม่อย่าง คูลิบาลี่ ก็ยังฟอร์มไม่เข้าที่เข้าทางนัก จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาโดนเด้งแบบรวดเร็วเช่นนี้

3. ปัญหาเรื้องรังในเกมรุก

วิธีที่ดีที่สุดในการปกปิดแนวรับที่อ่อนแอคือ ประสิทธิภาพในเกมารุกที่ดุดัน แต่ก็โชคไม่ดีสำหรับ ทูเคิ่ล ที่บรรดากองหน้าของ เชลซี หลายๆคนพากันฟอร์มตกในช่วงเวลาปีหว่าที่เขากุมบังเหียนอยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

การทำงานระหว่าง ทูเคิ่ล กับ หัวหอก เชลซี ดูเหมือนจะไม่ง่ายเลย โรเมลู ลูกากู ที่ย้ายกลับมาช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรนั้น ถูกส่งกลับ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้วด้วยสัญญายืมตัว หลังฟอร์มฝืดหนัก และมีปัญหากับ ทูเคิ่ล

ติโม แวร์เนอร์ ก็หวนคืนสู่สโมสรเก่าอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ไปแล้วหลังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้เลย ขณะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่ง ก็ย้ายออกจาก เชลซี ไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เช่นกัน

ขณะที่แนวรุกคนอื่นๆอย่าง คริสเตียน พูลิซิช และ ฮาคิม ซิเยค ก็เรียกฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้จนกระเด็นไปเป็นตัวสำรอง และดูเหมือนว่า อนาคตของพวกเขาทั้งคู่ในสโมสร เชลซี ก็ดูไม่แน่นอนเสียแล้วว่าจะไปทางไหนต่อ

ทูเคิ่ล สร้างแนวรุกขึ้นมาใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ด้วยการคว้า สเตอร์ลิ่ง และ โอบาเมยอง เข้ามาผนึกกำลังร่วมกับ เมสัน เมาท์ และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ แต่มันก็ยังไม่เวิร์กนัก ซึ่งเขาก็มีเวลาปรับทีมได้ไม่นาน และโดนตะเพิดเสียก่อน

4. เปลี่ยนแปลงทีมงานเบื้องหลังครั้งใหญ่

การจากไปของนักตะสำคัญอย่าง รูดิเกอร์ ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ ทูเคิ่ล ต้องรับมือ โดยอดีตโค้ช ดอร์ทมุนด์ ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ เชลซี หลังจาก มาริน่า กรานอฟสกายา กรรมการบริหาร และ บรูซ บัค ประธานสโมสร รวมถึง ปีเตอร์ เช็ก อดีตผู้รักษาประตูระดับตำนานของทีมที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค นั้น ต่างพร้อมใจกันอำลาตำแหน่ง

ทูเคิ่ล เคยให้สัมภาษณ์ว่า “มันไม่ใช่ความลับเลยที่ผมชอบทำงานร่วมกับ ปีเตอร์ เช็ก และการไม่มีเขาถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงๆ”

เช็ค มักจะทำหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างทีมบอร์ดบริหารกับ ทูเคิ่ล อย่างไรก็ตาม เจ้าของรายใหม่อย่าง โบห์ลีย์ ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในสโมสรเนื่องจากให้เหตุผลว่า ต้องการทำงานใกล้กับโค้ช และนักเตะ ซึ่งทำให้ ทูเคิ่ล ต้องทำงานนอกสนามซ้อมใกล้ชิดกับคนที่มีอำนาจเหนือเขาอย่างใกล้ชิดเขาไปอีก

หลังจากร่วมงานกันได้ไม่นาน โบห์ลีย์ รู้สึกว่า เคมีของเขาก็ ทูเคิ่ล ไม่เข้ากันอย่างแรง และการพ่าย ซาเกร็บ 0-1 ก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ อดีตเทรนเนอร์ ดอร์ทมุนด์ โดนไล่ออกในท้ายที่สุด

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้