9 ผู้เล่นที่แขวนสตั๊ดไป แล้วรับทรัพย์ก้อนโต ตอนจบ

0
51

ต่อเนื่องกันจากตอนที่แล้วทีมงาน ได้นำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับ 9 นักเตะที่แขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เทียบเท่ากับตอนที่ยังค้าแข้งอยู่หรือมากกว่า ซึ่งเกริ่นนำไปแล้ว 4 ราย แฟนๆ คงได้เห็นกันไปแล้วว่า นักฟุตบอล มีการวางแผนอนาคตของพวกเขาไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ไม่ได้เสพสุขบนกองเงินกองทองเฉยๆ กินบุญเก่าไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว แล้วลงเอยไม่ต่างกับกลุ่มที่เลือกเส้นทางผิดพลาด จนกลายสภาพจาก เศรษฐี เป็น ยาจก

ช่วงเวลากอบโกยของอาชีพนักฟุตบอล มีระยะเวลาแค่ราว 10 กว่าปีเท่านั้น ยึดตามค่าเฉลี่ยของนักเตะทั้งวงการ ต้องผ่านช่วงที่พิสูจน์ตัวเองตอนเป็นดาวรุ่งยอมรับค่าเหนื่อยน้อยๆ ก่อนจะไต่เต้าจนกลายเป็นสตาร์คนสำคัญของทีม แล้วมาลุ้นกันว่าจะได้ย้ายไปสังกัดทีมใหญ่ๆ หรือไม่? หากใครมีจุดสตาร์ทที่ออกตัวกับสโมสรที่ได้รับความนิยมสูง ย่อมได้เปรียบกว่าเพื่อนร่วมอาชีพรายอื่นๆ เนื่องจากพอเป็นที่รู้จักแล้ว โโปรไฟล์ดดีกรีต่างๆ นำไปขายได้อีกนาน

ยิ่งทุกวันนี้ที่สื่อออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง หากนักบอลคนไหนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล ย่อมแตกแขนงไปทำรายได้ด้านอื่นได้สบาย ไม่ว่าจะเป็น ยูทูบเบอร์ หรือ ออกสินค้า มาจัดจำหน่าย เป็นต้น ต่อให้เลิกเล่นไปแล้ว แต่ยังคงครองพื้นที่สื่อบางส่วนได้อยู่ รายได้ก็ไม่ขาดมือแน่นอน อย่างไรก็ตามหากเป็นนักบอลในยุคเก่าก่อนช่วง 90-2000 การสร้างรายได้จากจุดนี้ อาจไม่ใช่ของถนัดของพวกเขาเท่าไหร่นัก มาดูไปพร้อมๆ กันเลยว่า 5 รายสุดท้ายที่จะเข้ามาปิดท้ายสกู๊ปนี้จะมีใครบ้าง? แล้วพวกเขาเลือกสายอาชีพไหนในการสร้างตัวเป็นเศรษฐี

เปิดหัวกันที่รายแรก เป็นนักเตะจากทวีปเอเชียยุคบุกเบิกที่กล้าย้ายมาเสี่ยงดวง เล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วผลงานของ ซุน จีไห่ กองหลังจอมขยัน ถือว่าชนะใจแฟนบอล เรือใบสีฟ้า ได้อย่างสบายๆ จากความทุ่มเทและวินัยที่เห็นกันในสนาม หลังจากแขวนสตั๊ดไปแล้ว ซุน เลือกที่จะเปิดบริษัทรวบรวมสถิติด้านการกีฬา มีการจับมือกับ ไชน่า มีเดีย แคปปิตอล บิ๊กเนมสื่อแดนมังกร ส่งผลให้ชื่อของ เอชคิว สปอร์ต เติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปีล่าสุดเพิ่งจะฟันกำไรไป 20 ล้านปอนด์แบบเหนอะๆ

รายต่อมาเป็นคิวของอดีตกองหน้าจากสโมสร ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส และ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ ที่ฝีเท้าเหมาะสมกับการเล่นลีกรองเท่านั้น จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก เด็กซ์เตอร์ แบล็คสต็อค ที่มีชื่อเสียงแค่เฉพาะในลีกระดับล่างในประเทศอังกฤษ แม้ว่ารายได้จากการเป็นนักฟุตบอลของเขา อาจไม่ได้มากมายเหมือนสตาร์รายอื่นๆ แต่ธุรกิจนอกสนามของเขา กลับเติบโตไปไกลมากๆ มูลค่าในปัจจุบันพุ่งสูงกว่า 5 ล้านปอนด์ แบล็คสต็อค สร้างบล็อคเชนแพลตฟอร์มขึ้นมาตัวหนึ่ง เพื่อป้องกันการละเมิดการใช้ยาในทางที่ผิด รวมไปถึงการออกใบสั่งจากเภสัชกรที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย ปรากฏว่า การริเริ่มด้านนี้ของเขาดูท่าว่าจะรุ่งกว่าตอนเป็นนักเตะเสียอีก ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุได้ 30 ปีเท่านั้น

ถัดมาเป็นคิวของนักฟุตบอลหญิงกันบ้าง แม้ว่าทุกวันนี้สังคมจะมองว่า สองเพศนั้นเท่าเทียมกัน แต่ถ้าวัดกันเรื่องของค่าเหนื่อย บอลหญิงที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า ย่อมสร้างรายได้ให้กับนักบอลอาชีพได้น้อยกว่า ขนาดซูเปอร์สตาร์แบบ มีอา แฮม ยอดดาวยิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่เคยเป็นฮีโร่พาทีมคคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาครองได้ ยังได้รับรายได้จากผู้สนับสนุนแบบ เป๊ปซี่ และ ไนกี้ มากกว่ารายรับจากสโมสรเสียอีก หลังจากแขวนสตั๊ดดไปแล้ว แฮม ทำหน้าที่ทูตให้กับสโมสร บาร์เซโลน่า ควบกับการนั่งแท่นบอร์ดบริหารของสโมสร โรม่า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้ถือหุ้นร่วมของสโมสร แอลเอ เอฟซี ในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ที่มูลค่าสูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียว

มาถึงรายรองสุดท้ายเป็นอดีตกองหน้าระดับตำนานของสโมสร ลิเวอร์พูล ซึ่งหากพูดถึงดาวยิงที่มีเท้าซ้ายอันเฉียบคมในการจบสกอร์ คงไม่มีตัวเลือกใดเหนือกว่า ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หนึ่งในนักเตะที่ถูกขนานนามเป็น สไปซ์ บอย ในช่วงกลางยุค 90 ไปจนถึงปลาย แม้ว่าผลงานในสนามของ ฟาวเลอร์ ช่วงท้ายของอาชีพจะตกลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ธุรกิจนอกสนามของเขาที่ปูทางมานานกลับรุ่งเรืองสวนทางกัน เขาเป็นหนึ่งในเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ประจำเกาะอังกฤษ มีโครงการมากกว่า 80 ชิ้น กระจายอยู่ทั้งในประเทศ และ นอกประเทศอย่าง เวลส์ กับ สก็อตแลนด์

ปิดท้ายกันที่นักเตะที่ว่ากันว่ามีเส้นทางชีวิตที่รุ่งเรืองที่สุดหลังแขวนสตั๊ด เคยรับบทบาทเป็นกองกลางสาระพัดประโยชน์ให้กับ อาร์เซน่อล แต่ไม่ค่อยได้รับความนิมยมจากแฟนบอล เดอะ กันเนอร์ มากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามหลังหันหลังให้กับวงการ มาติเยอ ฟลามินี่ กลับกลายเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ ไบโอ เคมิคอล หรือ ชีวเคมี ซึ่งบริษัทชื่อ จีเอฟ ที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทอย่าง ปาสกวาเล่ กรานาต้า คือ หัวหอกเจ้าหนึ่งของธุรกิจแขนงนี้ มีผลงานสินค้าที่น่าสนใจประเภทการใช้วัสดุธรรมชาติมาทดแทน พลาสติก หรือ เชื้อเพลิง มูลค่ารวมของบริษัทของทั้งคู่ ถูกตีเอาไว้สูงถึง 21 พันล้านปอนด์ แล้วถ้าตัดมาเฉพาะทรัพย์สินรวมของ ฟลามินี่ คนเดียวเพียวๆ นั้นก็มากถึง 11.6 พันล้านปอนด์ สามารถเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลมาบริหารได้สบายๆ ถ้าหากอยากกลับไปสัมผัสบรรยากาศที่น่าตื่นเต้นอีกครั้ง

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้