บทวิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลรก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เป็นการโคจรมาดวลแข้งกันของสองทีมยักษ์ใหญ่ระหว่าง “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด จ่าฝูงของศึกลาลีกา สเปน รับบทเป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมอันดับที่ 5 ของเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยทั้งสองทีมจะเล่นกันที่สนามกลาง อารีนา เนชันนาลา ที่เมืองบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ในช่วงดึกของวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 03.00 หรือเข้าสู่ช่วงเช้าของวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย

เจ้าบ้าน “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ลูกทีมของ ดีเอโก ซิเมโอเน่ ในซีซั่นนี้เล่นกันได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรุกและรับ บวกกับบรรดายักษ์ใหญ่สองตัวของลีกอย่าง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า กำลังเข้าสู่ยุคผลัดใบ ทำให้ทัพตราหมีโดนยกให้ขึ้นมาเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์แดนกระทิงดุปีนี้ไปครอง ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดีตามคา ณ เวลานี้ขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงของลีกได้สำเร็จ แต่ช่วงหลังทีมกลับออกอาการเครื่องกระตุกให้เห็นทำให้ 4 เกมหลังทำแต้มหล่นหายไปหลายคะแนนเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นการเสมอไป 2 เกม และแพ้อีก 1 เกม ซึ่งทีมที่ทำแสบสุดๆ ใส่พวกเขาคือเจ้า”ค้างคาวน้อย เลบานเต้ ที่ต้องดวลกันมา 2 เกมติดต่อกันในรอบสัปดาห์ และทางทัพตราหมีไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยเริ่มต้นจากเกมที่บุกไปเสมอ 1-1 ก่อนที่จะได้ลงสนามล้างตาแต่กลับมาโดนบุกมาทุบแตกพ่านคาถิ่น 0-2 ทำให้คะแนนที่เคยนำห่างจากทีมที่ตามมาเริ่มไม่ห่างอย่างที่คิด มีอยู่ 55 คะแนน มากกว่าทีมรองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น ยังดีที่พวกเขายังมีเกมตกค้างให้ลงเล่นอีกนัด ส่วนผลงานบนเวทียุโรปปีนี้ของทีมกันบ้างในรอบแบ่งกลุ่มทัพตราหมีจบด้วยการเป็นรองแชมป์ของกลุ่มเอ ผลงานอาจจะไม่ค่อยดีนักเก็บมาได้เพียง 9 คะแนนเท่านั้น แต่ก็ยังเพียงพอให้ทีมผ่านมาถึงนอบน็อคเอ้าท์ได้ สำหรับในเรื่องความพร้อมล่าสุดทีมจะขาด โฮเซ่ คิเมเนซ ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ, คีแรน ทริปเปียร์ ที่ต้องชดใช้โทษแบน และ เฮคตอร์ เอร์เรร่า ที่โชคร้ายโดนตรวจพบเชื้อโควิด-19 ส่วนดาวเตะรายอื่นของทีมยังพร้อมลงสนามช่วยทีมได้ทั้งหมด

ผู้มาเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ หลังเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้การคุมทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล พวกเขายังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นโดยนายใหญ่ชาวเยอรมันผ่านการนำลูกทีมลงสนาม 7 เกม พาทีมเก็บชัยชนะมาครองได้ถึง 5 เกมและเสมอ 2 เกม แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีอาการแผ่วให้เห็นเมื่อทำได้แค่บุกไปไล่ตามตีเสมอทีมฟอร์มตกอย่าง “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน 1-1 ทำให้ทีมพลาดโอกาสขึ้นไปเกาะตำแหน่งท็อปโฟร์ทำได้แค่อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ รั้งที่ 5 ของตารางคะแนนอยู่ในเวลานี้ ทางด้านผลงานในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มทำเอาไว้ได้อย่างแข็งแกร่งจบรอบด้วยการคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มไม่แพ้ใครแม้แต่นัดเดียว ด้านความพร้อมล่าสุดของทีมมีข่าวร้ายสุดๆ เมื่อเกมนี้ยังขาดปราการหลังตัวเก๋าอย่าง ติอาโก้ ซิลวา ทียังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ แต่ทีมก็ยังมีเรื่องดีๆ อยู่บ้างที่แข้งรายอื่นๆที่นอนโรงหมอมาก่อนหน้านี้ทุกคนกลับมาฟิตพร้อมลงสนามช่วยทีมได้ทั้งหมดแล้ว

วิเคราะห์ก่อนเกม การเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือของทางทีมเยือนถือว่าทำได้ทันเวลาพอดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ดูจากทรงบอลที่เน้นเกมรุกอย่างเดียวและหลังบ้านมีพื้นที่ให้โจมตีเป็นคู่แข่งที่ ตราหมี ชอบมาก แต่หลังปรับเปลี่ยนตัวกุนซือ เชลซี ก็เปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปอย่างชัดเจนเป็นทีมที่มีความรัดกุมมากขึ้น เน้นการครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้เป็นทีมที่เจาะไปทำประตูได้อย่างขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากแนวทางการเล่นก็เดาได้ไม่ยากว่ารูปเกมนัดนี้ทั้งสองฝั่งน่าจะมีโอกาสทำประตูกันน้อยพอๆ กัน จากความรัดกุมในการเล่นที่ทั้งสองฝ่ายเน้นเป็นพิเศษ ด้าน แอต มาดริด ช่วง 3-4 เกมหลังที่ผ่านมาออกอาการแผ่วลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางด้านแนวรับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของดีประจำตำบลแต่กลับโดนคู่แข่งสอยตาข่ายได้มา 7 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว ยังดีที่ช่วงนี้มีนักเตะตัวหลักกลับมาลงสนามช่วยทีมได้หลายคนน่าจะทำให้ทีมกลับมาเหนียวแน่นอีกครั้งหนึ่ง เกมนี้ไม่น่าจะซัดกันแหลกแลกกันตลอด 90 นาที น่าจะมาสู้กันด้วยแท็กติกแบบที่หากมีทีมไหนพลาดก่อนก็จะเปรียบไปจนจบเกม แต่ส่วนตัวมองว่าระบบการเล่นของทีมจากสเปนนั้นโดนปลูกฝังให้กับทีมมายาวนานแถมเกมรับก็ได้ตัวเก่งกลับมา ด้านเกมรุกแม้จะไม่ได้รวดเร็วดุดันแต่ด้านความเฉียบคมมีมากกว่าในจังหวะสุดท้ายที่ใช้ตัดสิน ผิดกับทางผู้มาเยือนที่ตอนนี้ยังงงๆ หาความลงตัวชุดผู้เล่นแนวรุกที่ดีที่สุดไม่ได้ ดังนั้นยังเห็นว่าโอกาสที่ แอตเลติโก มาดริด จะเก็บชัยได้แบบหวุดหวิดมีสูงกว่ารูปแบบอื่นๆ

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอตเลติโก มาดริด (3-5-2) : ยาน โอบลัค (GK)  เฟลิเป้ สเตฟาน ซาวิซมาริโอ เอร์โมโซ่  มาร์กอส ยอเรนเต้โกเก้เจฟเฟร่ย์ กอนด็อกเบียเรนาน โลดี้อังเคล คอร์เรอา – หลุยส์ ซัวเรซชูเอา เฟลิกซ์

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ด เมนดี้ (GK) – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้าเคิร์ต ซูม่าอันโตนิโอ รูดิเกอร์ – รีซ เจมส์จอร์จินโญ่มัตเตโอ โควาซิซ, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาท์ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อับราฮัม

ผลสกอร์ที่คาด : แอตเลติโก มาดริด 2 – 1 เชลซี

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้