บทวิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เป็นการรีแมทช์คู่ชิงชนะเลิศเมื่อปีก่อนระหว่าง “เสือใต้บาเยิร์น มิวนิค เปิดรังเหย้า อลิอันซ์ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ “เปแอสเชปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดยทั้งสองทีมจะลงสนามดวลฝีเท้ากันในช่วงดึกของคืนวันพุธที่ 7 เมษายน เวลา 02.00 น. หรือเข้าสู่ช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน ตามเวลาประเทสไทย ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน

เจ้าบ้าน “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ดูท่าการต่อยอดความสำเร็จของยอดโค้ชอย่าง ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค จะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในถ้วยนี้รอบก่อนเอาชนะ “อินทรีฟ้าขาวลาซิโอ ด้วยสกอร์รวมแบบขาดลอย 6-2 ยิ่งไปกว่านั้นเกมนัดล่าสุดที่ลงสนามในโปรแกรมบอลลีกที่เป็นเหมือนนัดตัดสินแชมป์กลายๆ ก็บุกไปเชือด “เดอะ เร้ดบูลล์แอร์เบ ไลป์ซิก แบบน่าชื่นชม 1-0 จนถึงขนาดคู่แข่งยอมยกธงขาวเรื่องแย่งแชมป์ไปแล้วตามบทสัมภาษณ์ของเทรนเนอร์ฝั่งตรงข้าม จุดเด่นยังคงเป็นเกมบุกที่เต็มไปด้วยแนวรุกที่ฝีเท้าจัดจ้านยากจะจับทาง แต่ยังต้องติติงแนวรับเรื่องการออกลูกประมาทจนทีมพลาดเสียประตูอยู่บ่อยครั้ง สำหรับความพร้อมของทีมในเกมนี้จะขาด รอน-ทอร์เบน ฮอฟมันน์โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ดั๊กลาส คอสต้า และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่เข้าโรงหมออยู่ทั้งหมด นอกเหนือจากรายชื่อข้างต้นพร้อมลงย้ำแค้นในเกมนี้ได้แบบไร้ปัญหา โดยสตาร์ที่เป็นหมากเด็ดของทีมในตอนนี้ขอชี้เป้าไปที่คู่กองกลางอย่าง เลออน โกเร็ตซ์ก้า และ โยชัว คิมมิช ที่คุมเกมกลางสนามได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

ฝั่งทีมเยือน “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง การปรับเปลี่ยนกุนซือด้วยการดึงตัว “พอชเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เทรนเนอร์ชื่อดังเข้ามาแทนที่ โทมัส ทูเคิ่ล ที่พาทีมเข้าชิงถ้วยหูใหญ่เมื่อซีซั่นก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เข้ากับทีมมากนัก ผลงานในลีกออกแนวกระท่อนกระแท่นเกมที่ควรได้สามแต้มกลับทำแต้มหล่นดื้อๆ แนวรุกที่เคยมีการเข้าทำที่มีประสิทธิภาพ กลายเป็นอาศัยให้สตาร์บางรายแบกทีมด้วยความสามารถเฉพาะตัวเอาตัวรอดไปเป็นนัดๆ เท่านั้น ทัวร์นาเมนต์นี้รอบก่อนโชว์ฟอร์มสุดเดือดด้วยการบดเอาชัยเหนือ “เจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์รวมขาดลอยเกินคาด 5-2 ด้านการลงเล่นนัดล่าสุดเป็นเกมลีกแดนน้ำหอมที่พ่ายคารังให้กับ “ตราหมาลีลล์ แบบหมดท่า 0-1 โอกาสการป้องกันแชมป์เริ่มสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้จะอดใช้งานผู้เล่นที่บาดเจ็บหลายราย ประกอบไปด้วย ฆวน เบร์นาต, เลย์แว็ง คูร์กซาว่า, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, ดานิโล่ เปเรยร่า และ เมาโร อิคาร์ดี้ บวกกับ เลอันโดร ปาเรเดส ที่ติดโทษแบน รวมกับ มาร์โก แวร์รัตติ ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่เหลือคนอื่นๆ ฟิตสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์พร้อมบุกล้างตาได้ทั้งหมด แน่นอนว่าสตาร์ตัวความหวังที่สุดของทีมนาทีนี้ย่อมเป็น คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงวัยกระทงที่เป็นทุกอย่างในแนวรุกของทีม

วิเคราะห์ก่อนเกม อย่างที่เราทราบผลกันดีว่านัดล่าสุดที่ทั้งคู่ปะทะกันเป็นรอบชิงถ้วยนี้เมื่อปีก่อน และจบลงด้วยชัยชนะของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่เฉือนไปแบบหวุดหวิด 1-0 เกมนี้อาคันตุกะมีการปรับเปลี่ยนหัวเรือเป็นที่เรียบร้อยในตอนนี้ แทคติกส์ย่อมเปลี่ยนไปตามแนวทางที่ถนัดของโค้ชใหม่อย่าง พอช ที่เน้นเกมรับเป็นหลักแล้วรอโจมตีคู่แข่งด้วยจังหวะสวนกลับ ด้วยการอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุกที่พวกเขาเชื่อว่าไม่เป็นรองใครในเรื่องของฝีเท้า แน่นอนว่านัดนี้คงมาในรูปแบบการเล่นดังที่กล่าวไปแน่ๆ เพราะเคยเล่นงานยักษ์ใหญ่ในรอบก่อนจนพังพาบมาแล้ว ส่วนทางเจ้าถิ่น เสือใต้ การขาดหายไปของ เลวานดอฟสกี้ เห็นได้ชัดเจนว่าเกมบุกนั้นลดทอนความน่ากลัวลงไปเยอะมาก โชคยังดีที่ขุนพลในแดนอื่นยังอยู่กันพร้อมหน้า ประคองทีมเอาตัวรอดไปได้ด้วยคุณภาพของฝีเท้าและระบบทีม เริ่มปรับสไตล์มาเน้นความละเอียดในการบุกแต่ละจังหวะมากขึ้นจากแต่ก่อนที่โหมแบบไม่คิด จนมักจะโดนเล่นงานด้วยเกมเคาน์เตอร์แอทแทคอยู่บ่อยๆ เมื่อเทียบอาวุธกันปอนด์ต่อปอนด์แล้วมั่นใจว่าไม่มีฝั่งใดที่เหนือกว่า โอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะระมัดระวังตัวจนรูปเกมเล่นกันแบบชิงจังหวะคงเป็นไปได้สูง ท้ายที่สุดคงกินกันไม่ลงแล้วไปวัดใจกันต่อในนัดที่สองต่อไป

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ (GK)  แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์นิคลาส ซูเล่อลูคัส เอร์นานเดซดาวิด อลาบา  เลออน โกเร็ตซ์ก้าโยชัว คิมมิช  เลรอย ซาเน่โธมัส มุลเลอร์คิงสลี่ย์ โกม็อง  เอริค มักซิม ชูโป-โมติง

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (4-2-3-1) : เคย์เลอร์ นาบาส (GK) – ธิโล่ เคห์เรอร์มาร์ควินญอสเพรสแนล คิมเพมเบ้อับดู ดิยัลโล่ – อิดริสซ่า เกย์, อันเดร์ เอร์เรร่าอังเคล ดิ มาเรีย, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, เนย์มา – คีเลียน เอ็มบัปเป้

ผลที่คาด บาเยิร์น มิวนิค 1 – 1 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้