โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่อาจเรียกได้ว่า พวกเขาเป็นทีมที่เป็นพระรองตลอดกาล แห่ง ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน หลังจากไม่ได้แชมป์มาอย่างยาวนานและไล่ไม่ทัน บาเยิร์น มิวนิค อยู่เสมอ ทั้งที่พวกเขาก็มีศักยภาพพอสมควร แต่ช่วงหลังมานี้นับตั้งแต่การคว้าแชมป์ลีกเมื่อสิบปีก่อน พวกเขาก็ดูจะโอเคกับการเป็นที่สองของลีกเมืองเบียร์ และ กลายเป็นทีมที่จอมปั้นนักเตะให้ทีมที่ใหญ่กว่า คว้าตัวไปใช้งาน ส่วนบอลถ้วยในประเทศก็มีโอกาสได้แชมป์บ้างประปราย แต่ทว่าแชมป์ลีกเลิกพูดถึง มีนักเตะหลายรายที่อยากมาค้าแข้งกับพวกเขา โดยเฉพาะดาวรุ่ง เพราะแข้งส่วนใหญ่แล้วมักจะประสบความสำเร็จในการยึดเป็นตัวจริง และ ได้ย้ายไปอยู่กับทีมในฝันสมใจ ทิ้งให้ ดอร์ทมุนด์ กลายเป็นทีมที่มีสถานะพี่เลี้ยงเด็กอยู่แบบนี้ มาดูกัน เรื่องราวของพวกเขามีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมนักเตะอยากย้ายออก? มีนักเตะรายไหนกันบ้าง มาดูกันได้เลย

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับสถานะพี่เลี้ยงเด็ก

เป็นเวลาร่วมสิบปีที่พวกเขาไม่ได้แชมป์ลีก และเฝ้ามอง บาเยิร์น มิวนิค ได้แชมป์ลีกเป็นว่าเล่นจบแทบจะเบื่อหน่อย ซึ่งต่อให้จะมีปีที่ “เสือใต้” ผลงานแย่เพียงได้ แต่พวกเขาก็ได้แชมป์อยู่ดี ยิ่งเวลาผ่านไป ความทิ้งห่างก็มีขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งถึงแม้การมาของ แอร์เบ ไลป์ซิก จะผงาดขึ้นมาในช่วงหลัง แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเทียบชั้นกับ “เสือใต้” ได้ และ บางทีก็สูสีกับ ดอร์ทมุนด์ อยู่บ้าง

ซึ่งเหมือนว่า “เสือเหลือง” จะร้างความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกมานานแล้ว และ มักจะไม่ค่อยมีแข้งระดับพระกาฬพร้อมอยู่โยงกับทีม ยิ่งปัจจุบันจะหนักไปทางดาวรุ่งพุ่งแรง ที่พวกเขาพร้อมให้โอกาสในการค้าแข้งอย่างเต็มที่

เก็บเที่ยวบินอย่างโชกโชน จนกล้าแกร่ง แต่ผลสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่ ดอร์ทมุนด์ ยอมขายแข้งเหล่านั้นออกไป โดยที่ได้เม็ดเงินที่งอกงามกลับมาสู่ทีม และ ทำการควานหาดาวรุ่งฝีเท้าดี ที่พวกเขาพร้อมยื่นข้อเสนอในแบบที่แข้งวัยเยาว์เหล่านั้น ต้องตอบรับแบบไม่ต้องลังเล ในการย้ายมาอยู่กับทีม

ซึ่งทำไมช่วงหลัง พวกเขาถึงเด่นเรื่องนี้เหลือเกิน ดูๆ ไปแล้ว ก็คล้ายกับ ไลป์ซิก เหมือนกัน แต่ทว่าทีมฉายา “เร้ดบลู” มีสโมสรพาร์ทเนอร์เครือขายที่สามารถลำเลียงผู้เล่นมาอุดช่องโหว่ได้ และ มีความเหนียวในการรั้งตัวนักเตะมากกว่า ดอร์ทมุนด์ เสียอย่างนั้น

นับตั้งแต่ปี 2012/13 พวกเขาได้เริ่มขาย เพย์เมกเกอร์ตัวเก่งอย่าง ชินจิ คากาวะ ที่มีอายุ 23 ปี ให้ย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับว่าทีมเสียหายอย่างมาก เพราะตำแหน่งเพย์เมกเกอร์ควบคุมเกมบุกไม่มี ตรงนี้ส่งผลเสียอย่างแท้จริง

รวมถึงการกล้าขาย ลูคัส บาร์ริออส ไปอยู่กับทีมในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก แต่ก็ถือว่าไม่เสียหาย เพราะพวกเขามี ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมย็อง และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

แต่กลายเป็นว่าจากทีมแชมป์เก่าและมีโอกาสคั่วแชมป์ลีก แต่พวกเขาไม่ได้เพิ่มความทะเยอทะยานตรงนั้น ซึ่งการได้รองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยแพ้ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เป็นสิ่งที่น่าเจ็บใจและเป็นนัดชิงชนะเลิศที่พวกเขาไม่เคยได้ไปถึงอีกเลยในปัจจุบัน

เท่านั้นยังไม่พอปี 2013/14 พวกเขากล้าขาย มาริโอ เกิร์ตเซ่ เพย์เมกเกอร์วัย 21 ปี ที่เป็นแข้งที่น่าจับตามองอย่างมากในยุคนั้น ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค อริตลอดกาล ด้วยราคา 37 ล้านยูโร ซึ่งบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขายอมแล้ว

รวมถึงกล้าขาย ฟิลิปเป้ ซานตาน่า ที่ตอนนั้นเรียกว่าฟอร์มร้อนเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก เพราะนักเตะงองแงเอง และ ฟอร์มตกต่ำลงไปแบบน่าสมน้ำหน้าพอสมควร

ทว่าผลงานในฤดูกาลดังกล่าวพวกเขาย่ำแย่อย่างมาก สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงตัวแบกของทีม ไม่ต่อสัญญา และ ได้ย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งที่แข้งรายนี้สโมสรปลุกปั้นอย่างเต็มที่ จุดนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว เพราะทำให้ทีมของพวกเขาดูตกต่ำลงไป และ ความอันตรายก็ลดลงไปพอสมควร

แม้จะซื้อ ชิโร่ อิมโมบิเล่ เข้ามา แต่ก็เป็นการซื้อที่น่าิดหวัง สุดท้ายแล้วเขาต้องขายออกไป และ มีการเสริมทัพพอสมควร เพื่อให้ทีมมีขุมกำลังที่ไม่ด้อยลงกว่าเดิม แต่ทว่าตัวที่เซ็นเพิ่มมา ไม่ได้ยกระดับทีมได้ในเร็ววันนัก

แถมบางรายไม่ดีพอเท่ากับผู้เล่นที่ปล่อยไป ทำให้ปัญหาเกิดคือพวกเขาห่างไกลจากความเป็นแชมป์ลีกและความยิ่งใหญ่ของสโมสรก็ดูลดทอนลงไปเรื่อยๆ

เข้าใจว่าพวกเขาต้องการเงินเพื่อจุนเจือสโมสร ไม่อยากให้สโมสรต้องล้มละลายเหมือนคราก่อน แต่แทนที่พวกเขาจะเซ็นแข้งที่ใช้งานได้เลย กลับเน้นไปที่ดาวรุ่ง ซึ่งก็ต้องบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเสริมทัพนักเตะดาวรุ่งได้ชาญฉลาดเอามากๆ

ซึ่งมันก็มีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย คือผลงานของทีมขาดความต่อเนื่อง แข้งรายไหนเล่นดี ก็ขายทิ้ง และ เซ็นแข้งมีแววเข้ามา ส่วนแข้งที่ไม่หือไม่อือ พอเล่นได้ ก็ยังอยู่กับทีม แต่ก็ไม่สามารถทำให้พวกเขายิ่งใหญ่เหมือนก่อนได้เลย

ไม่เว้นแม้แต่แข้งที่อายุอานามกำลังได้ที่ พวกเขาก็ขายหมด เช่น อิลคาย กุนโดกัน, เฮนริค มาร์คิตายาน และ มัธส์ ฮุมเมิ่ลส์ เรียกว่า กองกลางตัวหลักไปหมด กองหลังคนสำคัญก็ปล่อยไปเสียอย่างนั้น

ในซีซั่น 16/17 มาดูตรงนักเตะที่เขาเซนต์ ก็จะมี มาริโอ เกิตเซ่ ย้ายมารักษาตัวแท้ๆ ตามด้วย เอมเร่ มอร์, อเล็กซานเดอร์ อิซาค และ อุสมาน เด็มเบเล่ ที่เรียกว่าสามแข้งนี้เป็นดาวรุ่งวัยละอ่อน กระดูกไม่ถึงแน่ๆ ส่วนแข้งที่พอได้ก็มี อังเดร ชูเล่ และ เซบาสเตียน โรเด้ ซึ่งทดแทนกับรายที่ขายไปไม่ได้แน่ๆ

นี่ก็เป็นหนังม้วนเดิมอย่างแท้จริงพวกเขาไปไม่ถึงแชมป์ลีกเหมือนเคย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เหมือนเป็นไม้ประดับเสียมากกว่า แต่กลายเป็นทีมในฝันของดาวรุ่งที่อยากมาชุบตัวที่นี่ เพราะปีต่อๆมา กางรายชื่อได้เลย ตอนนี้หลายแข้งเป็นตัวท็อปของวงการเรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน

แม้แต่ โอบาเมย็อง ที่เป็นดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมในช่วงนั้น ยังงองแงอยากย้าย ซึ่งก็ได้ย้ายสมใจด้วยราคาแพงพอสมควร ส่วน เดมเบเล่ เจอแพนิคบายของ บาร์เซโลน่า ได้เงินไปอื้อซ่าถึง 140 ล้านยูโร ตรงนี้ ดอร์ทมุนด์ ฉลาดมากในเรื่องทำกำไร

แต่แทนที่พวกเขาจะเอาเงินตรงนั้นไปเติมสตาร์มาสู่ทีมเพื่อล่าแชมป์ พวกเขากลับไปยืม มิชชี่ บาตซูอายี่ เซ็นแต่ดาวรุ่งมาร่วมทีม โดยเฉพาะในรายของ เจดอน ซานโช่ ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุ 17 ปี เท่านั้น นอกนั้นไม่ได้เซ็นแข้งเกรดเอมาร่วมทีมเลย

ดูพวกเขาจะโอเคกับการซื้อมาและขายไป การซื้อนักเตะมาปั้นและพอฟูมฟักได้ที่ ก็ยินดีขายในราคาที่พวกเขาต้องการ แข้งรายไหนที่บอกว่าไม่ขายๆ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการย้ายทีม

การันตีกำไรเอาเข้าสโมสรและดึงดาวรุ่งมาร่วมทีม โดยคัดเฉพาะมีแววๆ เข้ามา ยกตัวอย่าง เซ็นมา 5 ราย ก็หวังให้นักเตะเหล่านั้นเกิด สัก 2 ราย ก็ได้กำไรอื้อซ่ากันไปแล้ว

ดีลของ เจดอน ซานโช่ เหมือนจะพยายามรั้ง โดยสามารถเก็บปีกชาวอังกฤษไว้กับทีมได้ 1 ปี แต่ใครดูก็รู้ว่า พวกเขาไม่ได้หวงนักเตะขนาดนั้น แต่ที่ไม่ขายเพราะไม่ได้ราคา 120 ล้านยูโรมากกว่า

ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ขายได้แต่แม้ราคาจะไม่ถึง 120 ล้านยูโร แต่ก็ถือว่าได้กำไรอื้อซ่าอยู่ดี ล่าสุดก็เป็น เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่ย้ายไป ทำให้ตอนนี้มองรายชื่อนักเตะของพวกเขา

ไม่มีรายชื่อแข้งที่เป็นแข้งที่สามารถช่วยทีมแบกผลงานมีลุ้นแชมป์ได้เลย ยิ่ง มาร์โก้ รอยส์ ก็อยู่ช่วงท้ายการค้าแข้ง แถม บาดเจ็บเป็นประจำ แดนหน้าของพวกเขาก็ไมม่ีใครไว้ใจได้ แถมดูทรงแล้ว จู้ด เบลลิ่งแฮม ปีนี้ไม่ได้ย้าย แต่ปีหน้ามีโอกาสย้ายแน่ๆ

ตรงนี้ส่งผลเสียต่อทีมโดยตรง เพราะนักเตะระดับรุ่นใหญ่ เลยวัยดาวรุ่ง ที่จะมาช่วยทีม ก็คงไม่ได้เป็นแข้งระดับสตาร์แน่นอน และ จะมีแต่ดาวรุ่งมีแววที่สนใจมาร่วมทีมเท่านั้น เพราะมองดูความทะเยอทะยานของสโมสรในการคว้าแชมป์แล้ว มีน้อยเหลือเกิน

ซึ่งเมื่อมองดูรายชื่อดีๆ แล้วฤดูกาล 2022/23 พวกเขาเหนื่อยอย่างมาก แน่นอนว่าต้องมีการเสริมทัพมาแน่ๆ แต่ก็ไม่พ้นดาวรุ่งที่พวกเขามอบให้โอกาสลงสนามอยู่ดี

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป วันไหนที่ไม่สามารถปั้นนักเตะขายได้ พวกเขาก็ขาดสภาพคล่อง และ ผลงานน่าจะตกต่ำลงไป ทีนี้จากกำไรที่เคยได้ก็จะหายไป และ กลายเป็นทีมที่เหลือแค่ชื่อเท่านั้น ตรงนี้ปัจจุบันนี้ยังไม่สายเกินไป

ถึงเวลาที่พวกเขาควรเซ็นแข้งเกรดเอที่มีโอกาสพาทีมไปสัมผัสถ้วยแชมป์ลีกได้แล้ว ไม่อย่างนั้นอะไรที่เคยได้ มันจะไม่ได้เลยสักอย่าง การปั้นนักเตะขายมาหลายปี เป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีมาตลอด แต่วันนึงมันก็อาจจะมีโอกาสที่พลาดมากกว่าที่สำเร็จ และ เมื่อวันนั้นมาถึง บางทีรอฤดูกาลหน้า อาจจะช้าเกินไป

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้