9 ผู้เล่นที่แขวนสตั๊ดไป แล้วรับทรัพย์ก้อนโต ตอนแรก

0
38

เป็นเรื่องจริงที่แฟนบอลทราบกันดีว่า อาชีพพ่อค้าแข้ง มีอายุงานที่แสนสั้น มีช่วงเวลากอบโกยทรัพย์เพียงไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นที่เก่งกาจขนาดไหน ก็ไม่สามารถหลีกหนีพ้นความเสื่อมของสังขาร แล้วต้องอำลาอาชีพเมื่อถึงเวลาทุกราย รายได้ที่เคยรับรายสัปดาห์ เก็บสะสมเอาไว้เป็นกอบเป็นกำ อาจจะเพียงพอเลี้ยงครอบครัวไปได้ทั้งชีวิต สำหรับบางคน แต่หากบริหารจัดการผิดพลาด เราก็เคยเห็นตัวอย่างของอดีตนักฟุตบอลที่ล้มเหลว หลังจากเลิกเล่นไปแล้วมากมาย

นักฟุตบอลชื่อดังหลายคนที่มีหัวคิดมองการไกล พวกเขามักจะเตรียมแผนการต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้า หลังจากอำลาวงการไปแล้ว หากไม่คิดอะไรซับซ้อน เลือกที่จะวนเวียนอยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย อาจเลือกทำอาชีพ นักวิจารณ์, คอมเมนเเตเตอร์ หรือ ทูตของสโมสร อย่างไรก็ตามสายงานเหล่านั้น ถ้ามองกันเรื่องของรายได้แล้วละก็ ไม่มีทางเทียบกับสมัยที่โลดแล่นเองบนผืนหญ้าได้แน่ๆ ต้นทุนชีวิตและมุมมองของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ซึ่งจะมีนักเตะบางกลุ่มที่รีไทร์ไปแล้ว หาช่องทางทำงานได้เท่าๆ เดิม หรือ มากกว่าด้วยซ้ำ

บทความนี้ พร้อมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ 9 นักเตะที่แขวนสตั๊ดไปแล้ว ปรากฏว่า สร้างรายได้รับทรัพย์ก้อนโตไม่ต่างกับตอนค้าแข้ง ซึ่งแต่ละรายก็มีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป แล้วล้วนแต่น่าสนใจด้วยกันทั้งสิ้น โดยจะขอแบ่งออกเป็นสองตอน เพื่อการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเช่นเคย มาลุ้นไปพร้อมๆ กันเลยว่า จะมีดาวเตะขวัญใจแฟนๆ ติดโผเข้ามาบ้างหรือไม่? พวกเขาเหล่านั้นเเลือกเดินสายงานด้านไหนในการกอบโกยกำไร?

เริ่มต้นกันที่รายแรก เป็นอดีตกองหน้าของสโมสร ซันเดอร์แลนด์ และ ทีมชาติกาน่า มีชื่อเสียงที่แฟนบอลคุ้นเคยกันดดีอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เลือกที่จะย้ายไปโกยเงินในลีก ยูเออี และ จีน นั่นก็คือ กียาน อซาโมอาห์ ดาวยิงวัย 36 ปี ที่ยังเป้นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในตอนนี้ แล้วยังหวังลึกๆ ว่าจะมีสโมสรเซ็นต์เขาไปร่วมทีม ให้มีเวทีได้โชว์ผลงาน เผื่อมีลุ้นติดทีมไปลุยศึกฟุตบอลโลกช่วงปลายปีนี้ หลังเก็บเงินทุนจนกระเป๋าตุงช่วงกอบโกย กียาน ไม่ได้นิ่งเฉยบนเกองเงินกองทอง นำต้นทุนไปสร้างอาณาจักรมูลค่าสูงถึง 16.6 ล้านปอนด์ ที่สร้างสรรค์สินค้าออกมาขายสู่ตลาดดลกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น น้ำดื่ม หรือ บะหมี่สำเร็จรูป เป็นต้น

ต่อเนื่องกันที่รายสองเป็นอดีตกองหน้าจากสโมสร ฟูแล่ม และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยก้าวไปติดทีมชาติฝรั่งเศสช่วงสั้นๆ นั่นก็คือ หลุยส์ ซาฮา ที่ยังเห็นหน้าเห็นตาของเขา มาลงเล่นเกมการกุศลให้กับ ปีศาจแดง อยู่บ้างเนืองๆ ตามโอกาส หลังจากที่ ซาฮา เลิกเล่นไปในปี 2013 เขาก็ผุดไอเดีย การสร้างเครือข่าย โซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค ระหว่างนักกีฬาขึ้นมา แล้วทำทุกอย่างจนเป็นรูปเป็นร่าง ใช้ชื่อว่า แอกซิสสตาร์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำเงินให้เขาได้ปีละ 5 ล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

ถัดมาที่รายที่สามเป็นกองหน้าระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ รวมไปถึงสโมสร ลิเวอร์พูล แม้ว่าแฟนบอล เดอะ ค็อปส์ บางส่วนจะไม่เห็นด้วย แต่ผลงานการคว้ารางวัล บัลลงก์ ดอร์ ในปี 2001 นั้นการันตีฝีเท้าของ ไมเคิ่ล โอเว่น ได้เป็นอย่างดี แถมกระแสความนิยมกำลังกลับมา หลังไปออกรายการ แดด ออฟ เลิฟ ไอส์แลนด์ หลังจากที่เขาแขวนสตั๊ดไปในปี 2013 โอเว่น ผันตัวไปสนใจกีฬา แข่งม้า อย่างจริงจัง ลงทุนเป็นเจ้าของร่วมของ เมเนอร์ เฮาส์ สเตเบิ้ล ที่กวาดชัยชนะมากมาย ยกตัวอย่างเช่น รายการ ดูไบ เวิลด์ คัพ เป็นต้น นอกจากนี้เขายังต่อยอดสร้างคลับของตัวเองขึ้นมา หาม้าแข่งตัวเต็งๆ มาขายให้กับสมาชิกในคลับ เชื่อว่ารวมๆ แล้วเขาฟันกำไรไปกว่า 36 ล้านปอนด์จากธุรกิจนี้

ปิดท้ายกันที่อดีตมิดฟิลดด์เชิงสูงทีมชาติเดนมาร์ก ที่เคยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำอย่าง เอฟเวอร์ตัน และ เรอัล มาดริด นั่นก็คือ โธมัส กราเวอร์เซ่น ที่ยังคงอาชีพที่เล่นกับความเสี่ยงเหมือนเดิม แต่คราวนี้หันไปลุ้นกับการวัดดวงที่เหนือขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการยึดอาชีพเป็น นักเล่นไพ่โป๊กเกอร์มืออาชีพ ซึ่งเริ่มต้นเส้นทางนี้ตั้งแต่แขวนสตั๊ดในปี 2012 จากการย้ายไปอาศัยอยู่ในเมือง ลาส เวกัส ว่ากันว่า กราเวอร์เซ่น ทำเงินจากการแข่งขันไปได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเสียไปบ้างแล้วหรือไม่? เพราะล่าสุดดในปี 2019 เขามาออกรายการโทรทัศน์ แล้วให้สัมภาษณ์แบบน่าสนใจไว้ว่า รู้สึกคิดถึงฟุตบอล อยู่เหมือนกัน

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้