10 มิดฟิลด์ตัวรับ

ในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยแท็กติกระดับสูงตำแหน่งในสนามที่ส่งผลไปถึงฟอร์มการเล่นของทีมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นแดนกลาง โดยเฉพาะมิดฟิลด์ที่เล่นเกมรับ พวกเขาเป็นเป็นมากกว่าผู้เล่นที่ลงไปไล่หวดขาตัดเกมคู่แข่งเหมือนในอดีต ดังนั้นเราจะเห็นสโมสรระดับแถวหน้าของวงการที่มีทักษะการเล่นพิเศษส่วนตัวแตกต่างกันออกไป และครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 10 มิดฟิลด์ตัวรับของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน

เซร์ฆิโอ บุสเกตส์ (บาร์เซโลน่า)

เขาคือชั้นยอดของมิดฟิลด์ตัวรับในฟุตบอลยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องทักษะการครองบอล และจ่ายบอลที่แม่นยำ ครั้งหนึ่งสมัยที่เล่นร่วมกับ ชาบี และ อันเดรส อินเนสต้า พวกเขาช่วยให้ บาร์เซโลน่า กลายเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอล

ปัจจุบัน บุสเกตส์ ย่างเข้าสู่วัย 34 ปี แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์คนใดฝืนสังขารของตัวเองได้ เขามีปัญหาด้านร่างกายชัดเชน อย่างไรก็ตามด้วยคลาสที่ยังหลงเหลือช่วยให้เขายังคงเป็นมิดฟิลดฺตัวรับของวงการอย่างไม่ต้องสงสัย

คาเซมิโร่ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

คาเซมิโร่ ต้องย้ายออกจาก เรอัล มาดริด เพื่อหลักทางให้กับคลื่นลูกใหม่ และเพื่อออกมาหาความท้าทายใหม่ๆ กองกลางวัย 30 ปี เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเส้นทางอาชีพดังนั้นหลายคนมองว่าเขาเลยจุดสูงสุดของตัวเองมาแล้ว อย่างไรก็ตามด้วยความดุดันของดาวเตะชาวบราซิลมีส่วนสำคัญช่วยให้ทัพ “ราชันชุดขาว” ครองบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 5 สมัยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

การย้ายทีมมาร่ววมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้หมายความว่าอนาคตของเขาจะจบลงแต่อย่างใด คาเซมิโร่ ยังมีโอกาสพิสูจน์ให้เห็นว่า มาดริด คิดผิดที่ไม่ยอมรั้งตัวเขาเอาไว้กับทีม อย่างไรก็ตามภารกิจแรกที่ต้องทำให้สำเร็จคือต้องยึดตำแหน่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงของทัพปีศาจแดง มาจาก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ฟอร์มมาแรงเสียก่อน

ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)

ผลงานของ ลิเวรอ์พูล ในช่วงต้นฤดูกาลดรอปลงอย่างน่าใจหาย ด้วยเหตุผลหลายประการทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานขุมกำลัง หรือความเหนื่อยล้าที่ต้องลงเล่น 4 ถ้วยทุกเกมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

แน่นอนว่าอีกปัญหาคือฟอร์มการเล่นของ กองกลางตัวรับชาวบราซิล ที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองของทีมยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่นัก แต่เมื่อ ฟาบินโญ่ เรียกมาตรฐานของตัวเองกลับมาได้ เราจะได้เห็นเหล่าพลพรรคหงส์แดงกลายร่างเป็นอสูรร้ายอีกครั้ง

ดีแคลน ไรซ์ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

ดาวเตะกัปตัยทีมของสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และขุนพลตัวหลักของทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลกที่กำลังขะมาถึง ผลงานของ ดีแคลน ไรซ์ ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมาสร้างความประทับใจให้แก่แฟนบอลพรีเมียร์ลีก กองกลางจากกรุงลอนดอนมีสถิติระดับท็อปทั้งเรื่องเข้าปะทะ และครองบอล

ไรซ์ มีคุณสมบัติยอดมิดฟิลด์ตัวรับทั้งหมดทั้งเรื่อง รูปร่างที่สูงใหญ่, พลังงานที่เหลือล้น รวมไปถึงทักษะการครองบอลที่เหนียวแน่น ดูเหมือนสโมสร “ขุนค้อน” จะเล็กเกินไปสำหรับเขา จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปล่อยให้กัปตันแฟนทาสติกโบยบินออกไปสู่สโมสรระดับท็อปในช่วงสิ้นสุดฤดูกาล

มาร์โก แวร์รัตติ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

สถิติการสกัดบอลได้มากที่สุดในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ว่ามิดฟิลด์รายนี้มีทักษะการเล่นเกมรับชั้นยอด นอกจากนี้เขายังมีจุดเด่นในเรื่องวิชั่นที่กว้างไกล และการจ่ายบอลยาวที่แม่นยำ ซึ่งทำได้โดเด่นกว่ามิดฟิลด์ตัวรับในปัจจุบัน

เขาเป็นกองกลางที่ขาดไม่ได้ของสโมสร เปแอสเช และหากไม่มีดาวเตะทีมชาติอิตาลี สมดุลการเล่นของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งฝรั่งเศสคงจะพังทลายลงไป

โอเรเลียง ชูอาเมนี (เรอัล มาดริด)

การเข้ามาทดแทนความสุดยอดของ คาเซมิโร่ ในตำแหน่งกองกลางตัวรับของ เรอัล มาดริด เป็นงานที่ไม่ง่ายสำหรับผู้เล่นคนใด โดยเฉพาะกับนักเตะที่อายุเพียง 22 ปี ที่ยังมีประสบการณ์น้อยในฐานะนักเตะอาชีพ ทว่า โอเรเลียง ชูอาเมนี กลับทำได้สำเร็จ

เรอัล มาดริด ทุ่มเงินมหาศาลรวม 100 ล้านยูโร เพื่อนำตัวนักเตะจากสโมสร โมนาโก เข้ามาสู่ทีม การย้ายอย่างกระทันหันของ คาร์เซมิโร่ ทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ ต้องส่งดาวเตะรายใหม่ลงสนามในฐานะตัวหลักของทีมเร็วกว่าที่วางแผนไว้ อย่างไรก็ตามดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นไปติดอันดับนักเตะที่ผลงานดีที่สุดของศึกลาลีกา สเปน ตอนนี้ชื่อชั้นของเขาอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก ภารกิจต่อไปของเขาคือการพาทีมประสบความสำเร็จพิชิตยุโรป ดั่งที่อดีตรุ่นพี่ของเขาเคยทำได้ถึง 5 ครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

เอ็นโกโล่ กองเต้ (เชลซี)

“กองเต้ เปรียบเหมือน ฟานได์ค หรือ เดอ บรอยน์ ของพวกเขา” เป็นคำพูดที่ โธมัส ทูเคิ่ล เคบกล่าวเอาไว้ จากปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บของกองกลางตัวรับร่างเล็กทำให้ฟอร์มการเล่นของ เชลซี พุ่งหัวลงต่ำอย่างน่าใจหาย และมีส่วนทำให้ ทูเคิ่ล ที่หาคนมาเป็นตัวแทนที่ตรงกลางไม่ได้ จนโดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือของทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” ในที่สุด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกองเต้ได้เป็นอย่างดี

ช่วงหนึ่งก็องเต้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัย และในปัจจุบันเขายังถือเป็นระดับท็อปของวงการ ด้วยอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานในช่วงต้นฤดูกาลจึงไม่ค่อยได้เห็นฟอร์มการเล่นของกองกลางพลังม้ามากเท่าไหร่นัก แต่เชื่อว่าหากเขากลับมาฟิตเต็มที่อีกครั้ง จะมีบทบาทสำคัญทั้งกับสโมสร เชลซี และฝรั่งเศสในศึกฟุตบอลโลกช่วงปลายปีนี้แน่นอน

มาร์เซโล่ โบรโซวิช (อินเตอร์ มิลาน)

มิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดของลีกอิตาลี ชื่อของ โบรโซวิช มักจะอยู่ใต้เรดาร์เสมอ เนื่องจากวิธีการเล่นที่เรียบเงียบของเขา แต่มันก็แฝงไปด้วยประสิทธิภาพเช่นกัน

ดาวเตะชาวโครเอเชียรายนี้ ทำสถิติวิ่งมากที่สุดเหนือผู้เล่นทุกคนในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ยังมีสถิติสปริ้นช่วยเกมรับ และจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายได้มากที่สุดอีกด้วย ด้วยฟอร์มการเล่นเขาเป็นกองกลางตัวรับระดับโลกที่สมควรได้รับการยกย่องมากกว่าที่ได้อยู่เพียงในอิตาลีขณะนี้

โจชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

ดาวเตะหมายเลข 6 คือหัวใจสำคัญในการคุมจังหวะฟุตบอล และผู้นำแดนกลางของทีม “เสือใต้”

หนึ่งในผู้เล่นที่จ่ายบอลได้ดีที่สุดในศุกบุนเดสลีกา เยอรมัน โดยเขาเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจากผู้เล่นแบ็ก ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางระดับโลก นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญกับทีมชาติเยอรมันที่ต้องการประกาศให้โลกรู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาศึกฟุตบอลโลกที่ กาตาร์ ในช่วงปลายปีนี้

โรดรี้ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองกลางชาวสเปน กลายเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนเกมของทัพ “เรือใบสีฟ้า”ภายใต้การนำทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หลังจากที่กองกลางระดับตำนานอย่าง เฟอร์นานดินโญ่ ออกจากสโมสรไป

ดาวเตะวัย 26 ปี เป็นผู้เล่นที่มีความพิเศษ แม้เขาจะไม่มีความดุดัน หนักแน่นแบบมิดฟิลด์ตัวรับฮาร์ดแมนคนอื่นๆ แต่เขากลับมีพรสวรรค์ด้านการอ่านเกมอย่างชาญฉลาด มีทักษะครองบอลที่ยอดเยี่ยมเล่นได้ทั้งสองเท้า และมีวิชั่นการจ่ายบอลทั่วสนาม มีความแน่นอนในการจ่าย จึงทำให้ ซิตี้ สามารถครองบอลบุกใส่คู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง โรดรี้ คือจิ๊กซอว์ตรงกลางที่คอยเชื่อมให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสโมสรที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้